ทำความรู้จักกับ FED5 (1)

posted on 17 Dec 2009 18:01 by chocolate-emotion  in Camera

วันนี้เอาคู่มือของ Fed 5 มาแปลให้คนที่สนใจอ่านจริงๆเค้ามีคู่มือให้เป็นภาษาอังกฤษอ่ะนะ

เราเลยถือโอกาสแปลและอัพบล็อคไปเลย(หาเรื่องอัพบล็อคนี่เอง)

เอ๊ะ แต่ถ้าใครเคยอ่านเป็นภาษาอังกฤษแล้วรู้สึกว่าอีปรู๋ยแปลแบบฉ่อยๆ ก็บอกมาได้เลยนะคะ 

เพราะธรรมดาปรู๋ยไม่ชอบอ่านข้อมูลการใช้งานใดๆทั้งสิ้นเลยล่ะค่ะ

แต่ถ้าไม่อ่านเนี่ยเราอาจจะมีเขางอกก็ได้นะ

ในเมื่อมีของ(ที่คิดว่าดี)อยู่กับตัวแล้ว เราควรจะใช้งานให้มันได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

ข้อสำคัญเราจะได้ไม่เผลอไปทำอะไรให้มันเสียด้วย

 

Fed 5 เนี่ย เป็นตัวที่พัฒนามาจากรุ่นก่อน อย่างพวก Fed2 Fed 3 เทือกนี้

และก็อปปี้รูปแบบมาจาก Leica II หรือ Leica III (ถ้าใครเล่นกล้องจะรู้ว่าไอ้ยี่ห้อนี้แพงหูฉีกเลยทีเดียว)

ตัว Fed5 จะมี viewfinder ที่ชัดกว่า Leica ค่ะ แถมยังมีที่วัดแสงด้วยระบบเซเลเนี่ยมมิเตอร์ ที่บอกไว้คราวก่อน

แถมเจ้าตัวยังสามารถใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องแบตเตอรี่อีกด้วย เป็นระบบ manual ใช้กลไกสุดๆ  

แต่ข้อเสียคือ speed shutter จะได้แค่ 1/500 sec เท่านั้น

ตัวกล้องส่วนใหญ่มาพร้อมกับเลนส์ฟิกซ์ "INDUSTAR-61D" 55 มม. F2.8

ตัวกล้องและเลนส์สีดำ สลับกับส่วนบนและล่างโลหะทองเหลืองชุบโครเมียม

กล้องทั้งตัวผลิตจากโลหะทองเหลือง น้ำหนักดี จับถือมั่นคง(จนมือสั่น) 

 

1.Self Timer 2.Timer Release Button 3.Meter Window 

4.Rangefinder Optic 5.Viewfinder

1. Rewind Knob

7. Winding Lever

2. GOST Setting Ring

8. Shutter Speeds

3. Match Needle Window

9. Hot Shoe

4. Rewind Release

10. Shutter Speed Meter Ring

5. Shutter Release

11. Match Needle Numbers

6.Exposure Counter

 

สรุปว่าไอ้ตัวอุปกรณ์ต่างๆเป็นภาษาไทยคืออะไร ก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ

แต่พอจะคาดเดาการใช้งานได้ ดังนั้นขอแปะโป้งไว้ก่อน

เราอาจจะมีเวลามา Review อุปกรณ์และศัพท์เฉพาะของกล้องกันอย่างจริงจังทีหลัง

 

ต่อไปเป็นวิธีการใส่ฟิล์มลงไป ฮิฮะ

ต้องบอกว่าตอนปรู๋ยทำขั้นตอนนี้ค่อนข้างเก้งก้างมากทีเดียว

แหม ก็คนมันไม่เคย แถมกล้องยังหนักสำหรับสาวบอบบางอย่างอิชั้นอยู่มาก

เลยจับๆวางๆไม่ถูกทีเดียว แต่พอทำได้มันก็ง่ายๆ(มั้ง) นะ

 

อันนี้วิธีการแกะฝาหลังออกมาเพื่อใส่ฟิล์ม

คือตูดกล้องจะมีเหมือนวงแหวนอ่ะ แล้วก็ดึงออกมาแล้วหมุนสองด้าน

จากนั้นก็ค่อยๆดึงฝาหลังออกมา ตามรูป 

กลายสภาพมาเป็นแบบนี้

เราก็เอาฟิล์มยัดลงไปตรงแกนกลางที่อยู่ด้านซ้าย แล้วลากไส้ฟิล์มออกมา

ดึงๆแล้วเสียบไปที่แกนด้านขวามือ ให้ตรงกับหนามเตย (เค้าเรียกงั้นป่าววะ) 

จากนั้นเราก็ต้องกรอฟิล์มกลับ ก่อนจะกรอฟิล์มกลับเนี่ย เราต้องกดตรงปุ่มกรอก่อน

มันจะอยู่ใต้ปุ่มชัตเตอร์ ถ้าไม่กดเนี่ย กล้องเจ๊งได้นะคะ

จากนั้นเราก็ใช้นิ้วหมุนตรงผิวของ rewind knob ทวนเข็มนาฬิกา มันก็จะเด้งดึ๋งขึ้นมา

แล้วเราก็ค่อยๆหมุนๆๆ ให้ไส้ฟิล์มมันกลับเข้าไปในม้วน

 

เอาแค่นี้ก่อนละกัน เริ่มเหนื่อยกับการแปลและ

(จริงๆคือไปเล่นเน็ตหน้าอื่นไปด้วย ทำไปด้วย เลยเริ่มขี้เกียจ)

แล้วจะมาต่อเร็ววันนะคะ 

 

 



edit @ 17 Dec 2009 22:51:38 by Chocolate Emotion

วันนี้ไปเดิน อตก.มา ปวดขามาก

ช่วงนี้ทำงานกลุ่มซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ชอบทำงานกลุ่มเลย ให้ตายเหอะ

ชั้นเกลียดการมานั่งเถียงกัน เกลียดการนัดแล้วไม่เป็นเวลา

ชั้นเลยเลือกที่จะมาตามเวลานัดให้เร็วที่สุด และนั่งรอลงแรงงาน

ขอไม่ใช้สมอง เพราะเคยใช้แล้วมันหายไปกับสายลมหึ่งๆ

 

เมื่อวานไปครั้งสุดท้ายของการส่งงานกลุ่มดีไซน์ (มั้ง)

ผลการส่งงานค่อนข้างอับปารีเย่มาก อาจารย์ถึงกับน้ำตาซึมแบบซาบซึ้ง

พร้อมเอ่ยคำว่า "ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้"

อีปรู๋ยก็เครียดค่ะ แต่คนต้นคิดงานคงจะเครียดกว่า

ก็บอกจารย์แล้วว่าให้ทำเดี่ยวเถิด อย่าได้มารวมกันทำกลุ่มเลย

สุดท้ายจารย์ก็ต้องแบ่งโซนให้ใครไปทำของใครของมัน

แล้วให้งานอีกชิ้นเพิ่ม ในคอนเสปต์ว่า PLAY

อีปรู๋ยอยากเอารางรถไฟตรงจตุจักรมาเล่นมากๆ เดี๋ยวต้องลองหา inspiration เพิ่มก่อน

 

อ้อ วันนี้วันดี ได้ไปรับลูกชาย Federick มาไว้ในอ้อมกอด

credit photo from : Camerapedia.org

ลูกชาย FED5 เป็นกล้องฟิล์มสัญชาติรัสเซีย ตัวโตมาก อึดและถึก

หนักมาก เอาห้อยคอนี่แทบจะเดินหลังโก่งถึงพื้นกันเลยทีเดียว

ใช้ฟิล์ม 35 mm ผลิตที่ยูเครนเมื่อประมาณปี 1977 - 1997

ใช้ระบบวัดแสงแบบเซเลเนี่ยม ที่เค้า (เค้าไหนวะ) บอกกันว่าเป็นสารที่ไวต่อแสงมาก

ตอนแรกต้องได้ลูกชายมาเร็วกว่านี้ด้วย แต่ติดปัญหาทางเทคนิคเลยได้ล่าช้าไป

เกือบจะถึงขั้นว่าเอาไปคืน แล้วซื้อตัวใหม่ เล็ง Nikon FM2 ไว้เหมือนกัน

แต่พอคุณโบ๊ต (ดีกันแล้วนะคะ) เอากล้องสองตัวมาให้ดูเปรียบเทียบกันแล้ว

ชั้นก็หลงรักพ่อหนุ่มโซเวียตคนนี้มากกว่า

ระบบของพ่อหนุ่มเป็น Manual มากๆและต้องมีระเบียบในการใช้งาน ไม่งั้นมีอันเจ๊ง

ตอนนี้ก็เห่ออยู่ไม่ใช่น้อย ไว้คราวหน้าจะมาอัพเดตเรื่องวิธีการใช้งาน

 

มาอีดิทเพิ่ม

credit photo from Capwell @ Flickr http://www.flickr.com/photos/capwell/2765662344/in/pool-1036955@N23

credit photo from Oscar Hana @Flickr http://www.flickr.com/photos/mrhana_bunky/4182259424/in/pool-1036955@N23 

 

ภาพที่ได้จากหนุ่ม Fed จะได้สีอุ่นๆ โดยส่วนตัวแล้วชอบรูปที่สองมากอยู่

สีมันอบอุ่นน่ารักดี ก็หวังว่าเราจะได้ภาพออกมาแบบนี้บ้าง

ตอนนี้เทรนเนอร์เค้าให้เราถ่ายขาวดำ เพื่อศึกษาเรื่องแสงไปก่อน ดังนั้นเราก็ไม่ควรรีบร้อน 

 

ช่วงนี้เริ่มคิดที่จะนำกล้องเข้ามา เป็นกล้องประมาณพวกนี้แหละ

มือสอง วินเทจ ฟิล์ม เพราะน่าสนใจอยู่มาก

แต่ยังไงคงต้องหาข้อมูลก่อน เพราะอีปรู๋ยความรู้เรื่องกล้องติดลบศูนย์เลยทีเดียว

คาดว่าถ้าเริ่มนำเข้ามาคงได้ซักกุมภาปีหน้า เพราะตอนนั้นอาจจะมีทุนทรัพย์แล้ว

ตอนนี้ก็คาดหวังว่าจะคุ้นเคยกับลูกชาย Federick ได้ในเร็ววัน จุ๊บๆ

 

ปล. แล้วถ้าถ่ายฟิล์มม้วนแรกเสร็จ จะเอามาลงให้ดูจ้ะ แม้มันจะอัปปารีเย่ก็เถอะ

ปล.สอง ตั้งใจไว้ว่าจะอัพบล็อคบ่อยขึ้น เพื่อที่จะลงเรื่องราวเกี่ยวกับสถาปัตย์อีก รวมถึงเรื่องกล้องด้วย ยังไงก็ต้องทำให้ได้ล่ะ  

 

  

 

edit @ 17 Dec 2009 00:18:34 by Chocolate Emotion

บอกเล่า

posted on 12 Dec 2009 12:18 by chocolate-emotion  in memorandum

ทะเลาะกับพ่อมาค่ะ

ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยค่ะ

คือออกตัวก่อนว่าปุ๋ยเป็นคนขี้รำคาญมากกกก และเอาแต่ใจตัวด้วย

ถ้ายิ่งตอนง่วงนอนหรือเหนื่อยๆมา แล้วมาพูดมากๆละก็ มีด่ากลับ

 

เรื่องของเรื่องคือ พักนี้เราไปค้างห้องเพื่อนเพราะช่วงนี้ต้องทำงานกลุ่มบ่อยมาก

อย่างคราวที่แล้ว วันอังคารที่ผ่านมา กว่าจะตรวจแบบเสร็จก็สี่ทุ่ม

เมื่อวานซืนก็ค้างห้องเพื่อนมา เพราะงานกลุ่ม

แล้วเมื่อวานนี้ก็เป็นวันตรวจแบบ เลยได้กลับบ้าน

คืออารมณ์แบบโมโหหิวด้วยอ่ะ เพราะได้กินมื้อเดียวตอนสิบโมงเช้า

กว่าจะตรวจงานไรเสร็จก็สองทุ่ม แม่ก็โทรมาหาว่ากลับบ้านมั้ยลูก

เราก็ อื้อๆ กลับ ดีใจได้กลับบ้าน

แม่ก็บอกว่า งั้นเดี๋ยวรอปุ๋ยไปกินข้าวข้างนอกบ้านงี้

เราก็อื้อๆ รีบกลับ

ปรากฏว่าไปถึงทุกคนกินกันหมดแล้ว ไหนบอกรอเราอ่ะ เสียใจ

เราก็บอกว่า หิวๆๆ จะหาไรกิน

พ่อก็บอกว่า เดี๋ยวทำโจ๊กให้กิน เค้าก็ค้นๆซองโจ๊ก แต่เจอซองข้าวต้ม

ก็ถามว่ากินข้าวต้มมั้ย เราเคยบอกเค้าแล้วว่าไม่ชอบกินข้าวต้ม เราก็ตอบไปเฉยๆว่าไม่กิน จะกินโจ๊ก

ปรากฏว่าหาไม่เจอ เพราะพี่ชายเอาไปกินแล้ว เหลือแต่ซองข้าวต้ม

เค้าก็ถามอีก เอาข้าวต้มมั้ย เราก็บอกว่าไม่เอา กินมาม่าก็ได้

เค้าบอกงั้นใส่หมูสับ เอามาม่าต้มยำหมูสับมั้ย เราก็ เอาๆๆ

คือมันน่าจะจบไง แต่เหมือนไรก็ไม่ดั่งใจอ่ะ เค้าก็พูดว่า หมูสับยังอยู่ในช่องฟรีซ แข็งอยู่เลย

คือเราก็เริ่มหงุดหงิดว่าตกลงจะให้กินหรือไม่ให้กินเนี่ย พูดอยู่นั่นแหละ

เราก็บอกว่าไม่เป็นไร แล้วบอกว่าใส่ไข่สองฟองนะ แบบแตกฟองไม่แตกฟอง

เราก็หยิบๆไข่ออกมา เค้าก็พูดอีก โอ๊ยยย ใส่ฟองเดียวก็พอแล้ว เปลือง คอเลสตอรอลเยอะ

พูดโน่นพูดนี่ เราก็บอกว่า พูดมากจริง ไม่อยากทำ ไม่กินก็ได้ พูดอยู่นั่นแหละ

พ่อก็เริ่มโมโหว่าพูดเสียงดังใส่เค้าทำไม ไม่ใช่ขี้ข้านะ

เราก็โมโห บอกว่า ถ้าพูดมากนัก ก็ไม่ต้องทำ ไม่อยากกินแล้ว

เค้าก็เสียงดังใส่ว่า ไม่กินแล้วไม่ทำนะ

เราก็บอกว่า เออๆ ไม่อยากกินแล้ว เบื่อ รำคาญ

เค้าก็เลยวางหม้อทิ้งไว้ ไม่ทำต่อ เราก็เดินขึ้นห้อง ไม่ได้กินไร

ไม่ไปนอนห้องพ่อ (ธรรมดาเรานอนที่ห้องพ่อกับแม่)

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกันเลย ยังโมโหอยู่เลยอ่ะ ทำใจใ้ห้ไปขอโทษไม่ได้จริงๆ

แม่ก็มาบอกว่าให้ไปขอโทษ เราก็เงียบ ไม่อยากขอโทษอ่ะ ดื้อ

แล้วแม่มาพูดอีกว่า เราอ่ะยังต้องใช้เงินเค้าจะมาทำหยิ่งทำไม

โหย ยิ่งโมโหเลย เราก็เลยเงียบ ไม่คุยกับใครในบ้าน

ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดีกับพ่อเลย ก็รู้ว่าตัวเราผิดแหละ แต่ไม่อยากไปพูดขอโทษจริงๆ

เรายังหงุดหงิดอยู่ เซ็งว่ะ 

 

มาอีดิทเพิ่ม ตอนนี้เราขอโทษพ่อแล้วแหละ เพราะยังไงเราก็เป็นคนผิดอ่ะเนอะ

ดีกันแล้ว เลยออกไปกินข้าวข้างนอก ฮูเร่ \(^O^)/ 

edit @ 13 Dec 2009 00:14:30 by Chocolate Emotion