เมืองจีนหนาวมาก ภาคที่ 1
posted on 31 Dec 2009 19:56 by chocolate-emotion in memorandum
ตอนนี้อยู่เมืองจีนค่ะ
นั่งเครื่องมาสี่ชั่วโมง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ตอนหกโมงห้าสิบ
ก็ถึงที่จีนนี่ประมาณห้าทุ่ม
สรุปนั่งไปสี่ชั่วโมง
เป็นการขึ้นเครื่องครั้งแรกในรอบสิบปี(ถึงหรือป่าว)
ก็ตั้งแต่ไปสิงคโปร์ตอนประถมโน่น
น่าจะเกินนะ ฮ่าๆๆ
มาที่นี่พร้อมกับครอบครัวค่ะ พ่อ แม่ เราแล้วก็น้อง
ส่วนพี่ชายให้กลายเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ไป
ตอนก่อนมาทัวร์โทรมาบอกบ่อยมากว่าเมืองจีนหนาวมาก
ประมาณ 0 องศาถึง 4องศาได้
เราก็เลยเตรียมเสื้อกันหนาวกันใหญ่เลย
ส่วนใหญ่ก็ที่มีอยู่แล้วแต่เราอยากได้ของเราแบบหนาๆตัว
ก็เลยไปแพลตตินั่มก่อนวันขึ้นเครื่องหนึ่งวัน
เดินกับแม่สองคนสรุปได้เสื้อกันหนาวมาตัวเดียวของเรา น่ารักมากกก
ราคาเพียง 950 บาทเท่านั้น
ส่วนคนอื่นไม่ได้ เพราะแม่ซื้อไม่ลงราคามันไปสองพันกันหมดแล้วอ่ะ และก็ไม่สวยด้วย
บอกให้แม่ซื้อถุงมือ นี่ยิ่งทำใจไม่ได้ใหญ่
คู่ละสามร้อยบาท แม่เลยบอกว่าเดี๋ยวมาซื้อที่จีนแทน
ผลลัพธ์ ตอนนี้ก็มือแดงไปตามๆกัน แถมหนาวโฺฮก
พอมาถึงก็เจอแจ๊กพอตตามที่ร่ำลือเกี่ยวกับส้วมจีนแล้วก็นิสัยเข้าห้องน้ำกันเลย
แบบว่าพอใกล้ๆเครื่องจะลงเราก็เห็นคนจีนใส่เสื้อกันหนาวกันใหญ่
เราก็ใส่มั่งอ่ะ กลัวหนาวและมันก็หนาวจริงๆด้วย
แบบว่าจะเข้าห้องน้ำในเครื่องแม่ก็บอกว่าเหม็น เราเลยทนไว้
พอลงเครื่องปุ๊บ เราก็เดินเข้าห้องน้ำกับน้อง 2 คน ของสนามบินน่ะแหละ
ก็เห็นคนจีนเข้าห้องน้ำกันเราก็เดินๆตามเค้าไป
พอเค้าถึงห้องน้ำกันปุ๊บ ไม่พูดพร่ำทำเพลง
ถอดกางเกงและฉี่เลย!!! ถอดกางเกงและฉี่เลยจริงๆค่ะ!!!
แบบว่า ประตูเมิงไม่คิดจะปิดเลยหรือคะ
แถมยังมามองหน้ากรูอีกเรากับน้องยืนอึ้งพักนึงเลย
แบบว่าไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาเจอจีนแท้เร็วอย่างนี้ฮ่าๆๆ
วันที่ 31 เป็นวันที่ออกเที่ยววันแรกค่ะ
นั่งรถหลับกันไปครึ่งวัน เพราะเมื่อคืนได้นอนแค่2-3 ชั่วโมงเท่านั้น
ระหว่างทางเนี่ยจะเห็นต้นไม้เต็มข้างทางไปหมดเลย
แบบเหมือนกรุงเทพบ้านเราที่จะมีต้นไม้ข้างถนนใช่มะ
ที่นี่ก็มีเหมือนกัน แต่ดูร่มรื่นกว่ามาก
คือเค้าปลูกเพื่อให้มันเขียวจริงๆอ่ะแบบเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมจริงๆ
ขนาดตรงใต้ทางด่วนนะตรงที่เป็นเหมือนเสาค้ำยันใหญ่ๆ ยังมีไม้เลื้อยซะเต็มจนไม่เห็นเสาเลย
ที่แรกที่เราจะไปคือ ผู่ถัวสัน Putuoshan
ก่อนเราไปถึงนี่ต้องผ่านสะพานที่ยาวที่สุดในโลกด้วย(รึป่าวไม่แน่ใจ ฮ่าๆ)
แต่สะพานนี่ยาวถึง 36 กม. เพิ่งเปิดใช้งานมาได้ไม่กี่วันเอง
ระหว่างทางเนี่ยมีโครงสร้างแบบใหญ่โตมโหระทึกและแปลกมากด้วย
เราเห็นใกล้ๆอย่างตกใจเลยแต่ไม่มีรูปให้ดูหรอกนะ
เพราะว่าอยู่บนรถอ่ะค่ะถ่ายไปมันก็มีแต่สะท้อนมา เสียดายอยู่เหมือนกัน
อ้อแถมยังผ่านโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของจีนด้วย
มันใหญ่และกินเนื้อที่มากๆเลยทีเดียว
พอผ่านไปๆก็หลับตาชมวิวจนใกล้ถึงที่หมายพอดีเลยค่ะ
ที่ Putuoshan นี่เป็นเกาะค่ะการเดินทางเมื่อก่อนลำบากมาก คือต้องนั่งเรือ
ที่นี่มีเ้จ้าแม่กวนอิมไ่่ม่ยอมไปที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์นักแลในเืรื่องขอลูก ขอคนรัก
ที่ว่าไม่ยอมไปเพราะเมื่อก่อนมีพระชาวญี่ปุ่นจะอัญเชิญองค์ไปสถิตที่วัดญี่ปุ่น
แต่ไม่ว่ายังไงก็จะมีพายุเข้ามาทุกครั้งที่จะออกเดินทางทำให้ไปไม่ได้
เค้าเลยว่ากันว่าเพราะองค์กวนอิมไม่อยากไปนั่นเอง
ตอนไปไหว้นี่เจอเด็กคนนึงขวบกับเดือนน่ารักมากในรถเข็น
แม่เราเลยไปเล่นด้วยแ้ล้วคุย
แม่ของเด็กคนนั้นบอกว่าเด็กคนนี้ได้มาเพราะองค์กวนอิมประทานให้ค่ะ เพราะเค้ามาขอลูกที่ีนี่
เป็นเด็กน่ารักมากกก ยิ้มง่ายมาก และฟังที่เค้าพูดกันออกด้วย
นอกจากนี้ยังมีองค์กวนอิมแท้อีกที่ด้วย
ธรรมดาองค์กวนอิมมีทั้งหมด 33 ปางค่ะ แล้วองค์กวนอิมแท้มีที่นี่ทีเดียว
เป็นปางที่ 33 คือมี่รูปร่างปละหน้าตาเป็นผู้ชายส่วนที่อื่นจะดูเป็นผู้หญิงอ่ะนะคะ
อากาศที่นี่หนาวมาก กับข้าวก็จืดมาก
แต่ดีใจจริงๆค่ะที่ได้มาอากาศหนาวเย็นก็ทำให้รู้สึกสบายดีจริงๆ
แถมยังเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นเต็มไปหมดอีกต่างหาก
ขอแปะรูปที่ถ่ายไว้ซักหน่อยนะคะ
และสวัสดีปีใหม่ค่ะ :)
วันนี้วันที่ 2 ค่ะ
จากผู่ถัวซัน เราก็นั่งเรือออกมาจากเกาะเพื่อเดินทางต่อไปหางโจว
ที่หางโจวนี่ ชาวนาจะรวยมาก
ขอเกริ่นก่อนว่า ที่เมืองจีนนี่ชาวนามีฐานะดีมากค่ะ ดีกว่าบ้านเราเยอะ(มากๆ)
คือตอนที่เรานั่งรถวันแรกนี่จะเห็นเลยว่าชาวนามีพื้นที่ที่เป็นของเค้าเยอะมากกก
เพราะช่วงก่อนที่จีนจะเจริญเนี่ย พรรคคอมมิวนิสต์เค้าได้วางแผนไว้เลย
ว่าคนเท่านี้ กินเท่านี้ เลี้ยงหมูกี่ตัวฆ่ากี่ตัว
และเกษตรกรรมนี่จะจำเป็นมาก แล้วเค้าจะมีคูปองให้แบบคูปองกินข้าวอ่ะค่ะ
ถึงมีเงินแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคูปองก็ซื้อข้าวกินไม่ได้
พอเปิดประเทศเค้าเลยสนับสนุนให้คนทำเกษตรกรรมเพราะมันจำเป็นต่อคนในประเทศ
เรื่องกินเรื่องใหญ่ว่างั้นเหอะ
เวลาตลาดให้เงินค่าข้าวเนี่ย ถ้าถูกมากรัฐบาลจะรับซื้อในราคาที่แพงกว่าให้ทันที
แถมยังละเว้นภาษีโน่นนี่ และยังให้ที่ดินสำหรับทำเกษตรกรรมอีกต่างหาก
ตอนนี้คนเลยอยากเป็นชาวนากันเยอะมากเพราะได้เงินดี
แต่ว่าเค้าไม่ให้เป็นแล้วประมาณของดีมีจำนวนจำกัด ฮ่ะๆ
เกริ่นไปนาน ที่บอกว่าชาวนาของหางโจวมีฐานะดีนี่คือร่ำรวยทีเดียวเชียวนะ
แบบว่าบ้านเค้าเป็นทรงยุโรปเลย สูง 4-5 ชั้น โดยมีครอบครัวอาศัยเพียง 1 ครอบครัว
เราเห็นบางบ้านนะเรียกว่าคฤหาสน์ได้เลยทีเดียว เพราะมันใหญ่มากกกก
แล้วยังมีเสาดาวเทียมแบบอลังอยู่ข้างบนอีกต่างหากเห็นแล้วอยากมาทำนาที่จีนทันใด
มาที่หางโจวนี่ เรามาล่องเรือที่แม่น้ำจิ่นหูค่ะ
อากาศหนาวมาก ประมาณควันออกปากเลยทีเดียวเรากับน้องก็เลยทำ ฮ่าๆ ให้ควันออกกันยกใหญ่
จากนั้นเราก็ไปกินข้าวมีโชว์เปลี่ยนหน้ากากด้วย
เปลี่ยนเร็วมาก ถ่ายรูปไม่ทันเลยทีเดียว
อยากให้เห็นบรรยากาศแต่แบตคอมที่ใช้อยู่ไม่อำนวย
ขอแปะไว้โอกาสหน้า และจะลงมาให้ดู
ตอนนี้เขียนบันทึกลงในเวิร์ด นับไปนับมาก็ 5 หน้าแล้ว
แต่ช่างมัน เพราะฉันไม่แคร์ เรื่องเล่ามันเยอะ
ตกตอนเย็นเราก็ไปชิมชาที่หมู่บ้าน ... (จำชื่อไม่ได้ขออภัยด้วยค่ะ)
พนักงานเสิร์ฟชาสวยมวากกก น่ารักสุดๆผิวพรรณดี
แล้วพอเดินไปข้างล่าง เจอคนขายหมู หล่อมาก(มาก!)
จมูกโด่ง โอยเท่ มาขายหมู ฮ่าๆดูมาดแมนดีทีเดียว
แล้วจากนั้นเราก็ไปชอปปิ้งที่ตลาดซ่งต่อค่ะของแพงมาก
เดี๋ยวขออัพไว้แค่นี้ก่อนละกันค่ะ
ให้น้องใช้คอมต่อ แบตมีจำกัด เจอกันภาคที่ 2 ค่ะ
สวัสดีปีใหม่ ^^
แวะมาแปะรูปเพิ่ม

น้องกำลังจะกังฟูใส่พ่อเราอยู่ที่สนามบินประเทศจีน

น้องเรากับทางขึ้นไปสักการะกวนอิมไม่ยอมไป (สีตึกสดมาก สวยมวาก)
นี
นี่แม่กำลังซื้อธูปไปไหว้เจ้าอยู่

น้องเราอีกรูป พรุ่งนี้มาต่อกันค่ะ ;-)
edit @ 1 Jan 2010 22:12:13 by Chocolate Emotion

