ArchCommunity

โดดเรียนมาอัพบล็อค

(เด็กๆไม่ควรทำเป็นเยี่ยงอย่างนะจ้ะ)

 

*ข้อความต่อไปนี้จะงงๆ เพราะผู้พิมพ์เป็นคนงงกับชีวิตและแิอบติสท์แตกนิดหน่อย (นิดเีดียวจริงๆนะ) 

 

ช่วงนี้รู้สึกเฟลๆกับดีไซน์นิดหน่อย

เป็นครั้งแรกที่ทำงานแล้วไม่มีคอนเสปต์ แบบว่ายังคิดไม่ออก

เมื่อวานเอางานไปตรวจแล้วอาจารย์บอกว่าเหมือนวางๆไป ไม่มีความรู้สึก

ชั้นก็เลยพูดกับเค้าไปว่า หนูก็รู้สึกอย่างนั้นค่ะ อาจเป็นเพราะว่าไม่มีคอนเสปต์

 

แล้วคอนเสปต์สำคัญตรงไหน?!!

มันกลายเป็นเรื่องที่กลุ่มดีไซน์เรามาอภิปราย(ใช้คำนี้เลยทีเดียว) กันใหญ่โต

ว่าสิ่งที่เราเรียกกันว่า คอนเสปต์ๆ น่ะคืออะไร

แล้วเราจำเป็นต้องมีคอนเสปต์มั้ย

 

สำหรับเรา

คอนเสปต์มันคือ อุปกรณ์หรือแนวทางอะไรซักอย่างที่จะทำให้เราสามารถออกแบบอาคารได้

มันเป็นตัวที่บอกเราว่า เราต้องวางอย่างนี้ตรงนี้ หรือวางอย่างนั้นตรงนั้น เพราะ..บลาๆๆ ก็ว่าไป 

คือ ถ้าเราไม่มีมัน เราจะขาดใจตายเลยอ่ะ เพราะถ้าไม่มีมัน ก็เหมือนไม่มีแนวทางปะ

ถ้าอย่างนั้น เราก็สามารถวางอะไรๆก็ได้อย่างนั้นหรอ คิดว่าดี ก็วางไป

แค่นี้หรอ

 

เริ่มงงๆว่าตัวเองจะพูดอะไร ขอพูดรวบยอดจากการฟังเมื่อวานเลยละกัน

แล้วคอนเสปต์ต้องมีแต่แรกเลยมั้ย ก่อนทำงานเลยรึป่าว

หรือค่อยมีทีหลังก็ได้ ตอนทำๆไป เดี๋ยวมันออกมาเอง

หรือว่ามีวันสุดท้าย ตอนพรีเซนต์ อารมณ์ว่ามันต้องมีเว้ยเฮ้ย เดี๋ยวงานไม่เท่ กูตอบอาจารย์ไม่ได้

สำหรับเรา คิดว่าอาจไม่ต้องมีแต่แรกก็ได้ แต่ ณ จุดๆนึง มันควรจะมี

แล้วมันจำเป็นแค่ไหนล่ะ สำหรับฉันก็คิดว่ามันจำเป็นมาก

แต่เพื่อนบางคนบอกว่าไม่ (คิดในใจว่า งั้นเค้าไปจ้างผู้รับเหมาหรือวิศวกรดีกว่ามะ จ้างสถาปนิกทำไมให้เปลือง)

เวลาทำงานจริง ส่วนใหญ่บอกกันว่าไ่ม่มีคอนเสปต์

เพราะคนจ้างเค้ามีของเค้าอยู่แล้ว (อ่ะ นั่นไง แสดงว่ามีใช่มั้ย)

หน้าที่ของสถาปนิกควรจะทำของที่มีอยู่แล้วให้เป็นรูปเป็นร่างและดีขึ้น ถูกรึป่าวล่ะ

 

โอเค ในหลักความเป็นจริงแล้ว ทุกคนสามารถสร้างและคิดคอนเสปต์ของเค้าขึ้นมาเองได้

แต่!! หน้าที่ของนักศึกษาสถาปัตยกรรมคือ การมาเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งนี้ให้มากกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ

จะรู้น้อยกว่าไม่ได้ และเทียบเท่าไม่ได้ ต้องรู้ให้มากกว่าและมากกว่าเยอะๆ และถ่องแท้ด้วย

 

ตึกแถว มีคอนเสปต์มั้ย

ถ้ามองตื้นๆ มันก็เหมือนไม่มี แต่จริงๆแล้วมันก็มี

คือการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งมันก็บรรลุในตัวมันเอง

เพียงแต่เราเห็นว่ามันเกร่อ เลยดูไร้ซึ่งความคิดใช่ปะ

 

อืมมมม.....

บางทีมันคงจะเป็นแนวทางหรือจุดมุ่งหมาย เพื่อให้สถาปัตยกรรมมีคุณค่า (รึป่าว)

เป็นอุปกรณ์ไว้แถเวลาอาจารย์จี้ แล้วตอบไม่ได้ จะได้บอกว่ามาจากคอนเสปต์ (รึป่าว)

 

อย่างบางที

ตึกช้าง ที่เราเห็นกันเป็นรูปช้าง สถาปนิกบางคนบอกว่าแย่ๆ

หรือตึกหุ่นยนต์ ร้านเบอร์เกอร์ที่เป็นทรงของเบอร์เกอร์

หลายๆคนบอกว่าดูสิ้นคิดไป มันสิ้นคิดจริงรึป่าว

ชั้นว่าบางทีเค้าอาจจะประสบความสำเร็จก็ได้นะ อย่างน้อยมันก็ทำให้คนจำได้

และนั่นคือสิ่งที่คนออกแบบต้องการรึป่าว (ก็ไม่รู้เหมือนกัน)

 

อาจารย์บอกว่า เคยมีคนจ้างให้เค้าทำกล่องออกมา

อินทีเรียบอกว่า คุณออกแบบกล่องมานะ เดี๋ยวผมจะออกแบบภายในเอง

แล้วจารย์ก็งงสิ จะทำได้ไงวะ

แต่ผลออกมาปรากฎว่า เป็นกล่องที่สเปซสวยที่สุดเท่าที่เค้าเคยทำมา

เค้าดูทั้ง surrounding circulation แสงเงา ลม และอื่นๆอีกมากมาย

และงบประมาณก็ไม่อั้น ทำให้งานชิ้นนี้ออกมาสวยมาก

แต่ไม่มีคอนเสปต์!!!!

อินทีเรียมาทำ ก็ลงตู้ม!!! เละ สิ่งที่คิดข้างบนหายหมด เพราะอินทีเรียก็งบไม่อั้นเหมือนกัน (ฮ่า)

แต่ประเด็นคือ ถ้าไม่มีคอนเสปต์ยังทำออกมาให้ดีได้ แล้วตกลงมันจำเป็นรึป่าว

(แอบคิดในใจว่า ถ้าอาจารย์และอินทีเรียมีคอนเสปต์ไปในทางเดียวกัน งานไม่น่าเละ แอบเถียง )

แต่สิ่งที่เค้ามี คือ แนวทาง ใช่มั้ย?!!! 

 

อาจารย์บอกว่า Louis I. Kahn คือคนๆนึงที่บรรลุและเข้าใจในคำว่าคอนเสปต์อย่างถ่องแท้

ในการออกแบบรัฐสภา (ขอโทษค่ะ จำชื่อตึกไม่ไ้ด้ อยู่ในบังกลาเทศ(มั้ง))

คอนเสปต์ของ Louis คือ Men came to assemble to touch the spirit of community 

โหยยยยย... คอนเสปต์ดูยิ่งใหญ่ชะมัดเลย

แล้วสถาปัตยกรรมนั้นก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีซะด้วย

สิ่งที่ชั้นเห็นในรูป คืออาคารเหลี่ยมที่ข้างในมี Oculus อันใหญ่อยู่ตรงกลาง (ที่เห็นความรู้สึกเวลายืนอยู่ตรงกลางเหมือนเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาลนะจ้ะ)

ไม่อยากอธิบายว่ารู้สึกเป็นไง เพราะแต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกัน

ใครคิดไงก็บอกกันด้วย

 

อีกคนนึง เจ้าแห่งคอนเสปต์ Rem Koolhass (สะกดถูกป่าววะ)

อีตานี่เป็นแรงบันดาลใจของสถาปนิกหลายๆคน

คอนเสปต์แกเท่มาก ดูไม่รู้เรื่องหรอก แต่มัน so cool!!!!!

มีงานๆนึงที่แกได้รับรางวัล มันเป็น theatre อะไรซักอย่าง อาคารสวยมาก

มันจะดูบิดๆ distort อ่ะนะ

แล้วอาจารย์บอกว่า อาคารหลังนั้นจริงๆแล้วเป็นการออกแบบบ้านให้ผู้หญิงคนนึง

แต่ผู้หญิงคนนั้นเรื่องมาก จู้จี้จุกจิก เลยทะเลาะกัน เร็มตบหน้าหญิงคนนั้นไปหนึ่งทีและไม่ได้สร้าง

ประจวบกับมีงานประกวดเข้ามา เร็มเลยเอาบ้านหลังนี้ขยายสเกลให้ใหญ่

แล้วยัดฟังก์ชั่นเข้าไป ได้รางวัล!!!!

เรื่่องเล่านี้ อาจาย์ได้ฟังมาจากปากเจ้าตัวเองเลย

สิ่งที่อาจารย์ได้ฟัง บอกเลยว่าอึ้งมาก เหมือนโดนตบหน้า

และเหมือนเร็มตบหน้าใครหลายๆคนที่นับถือเค้าเป็นแรงบันดาลใจ และตบหน้าตัวเองด้วย

 

สรุป คอนเสปต์คืออะไร? แล้วจำเป็นต้องมีจริงหรือ?

ลองมาคุยกัน 

 

 

 

งานสถาปนิก'52 (เกริ่น)

posted on 30 Apr 2009 21:44 by chocolate-emotion  in ArchCommunity

พรุ่งนี้จะไปช่วยงานของสมาคมสถาปนิก หรือ เรียกย่อๆว่า อาสา ค่ะ

งานสถาปนิกครั้งนี้ใช้ชื่อว่า Re-vision ตั้งทิศ ปรับทัศน์

สถานที่คือ อิมแ พค เมืองทองธานี อาคาร Challenger

เ ริ่มงานมาตั้งแต่วันที่ 28 แล้วค่ะ แล้วจะหมดในวันที่ 4 นะคะ

 

 

งานที่ปุ๋ยจะไ ปช่วยเป็นตำแหน่ง staff ของฝั่ง International Forum (อยู่ฝั่ง IMPACT HALL ห้องฟีนิกซ์)

หรือเ รียกง่ายๆว่า สัมนาวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

ตั้งแ ต่พรุ่งนี้ก็จะมีสถาปนิกที่มีชื่อเสียงและงานน่าสนใจมาให้คำบรรยาย

แ ละปุ๋ยจะได้เดินแกร่วในห้องสัมนานั้น

นั่นหมายความว่า เราจะได้ฟังการสัมนา ฟรี!!!! แฮ่ น้ำลายไหล

คาดว่า ถ้าฟังพวกท่านๆทั้งหลายออก จะเ อาที่ได้ฟังมามาบรรยายไว้ในบล็อค

(แ ต่ได้ข่าวว่า เม่นก็ยังไม่ถ่ายรูปออกมา -_-" )

 

การสัมนาครั้งนี้ คนทั่วไ ปก็สามารถเข้าไปฟังได้นะคะ

แ ต่ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่าย 

แ ต่ถ้าเป็นสมาชิกของ ASA เค้าก็จะลดให้ค่ะ

ของดีมีปีละครั้งเน้อ

เ ห็นบอกว่าครั้งที่แล้วก็เคยมี ZAHA HADID หรือ TOYO ITO หรือTADAO มา

ว่าไ ป เดี๋ยวลงชื่อสถาปนิกที่จะมาบรรยายไว้ให้ซักกะหน่อย

 

1 May

10.30 - 12.00 Kate Stohr (USA)

13.00 - 14.30 ธีรพล นิยม (อาศรมศิลป์)

15.00 - 16.30 หวาน (สุภนา) โ สภณพานิช

17.00 - 18.30 John Hardy ZIndonesia)

 

2 May

10.30 - 12.00 Liu Xiaotu (China)

13.00 - 15.00 Madhura Prematilleke (Sri Lanka)

15.30 - 17.00 Kevin Mark Low (Malaysia)

 

3 May

10.30 - 12.00 Nigel Austin (India)

13.00 - 15.00 Bjarke Ingels (Denmark)

15.30 - 17.00 Sou Fujimoto (Japan)

 

กว่าจะพิมพ์รายชื่อเ สร็จ ก็ลืมหมดแล้วว่าจะเขียนไร

อย่าลืมไ ปกันนะจ้ะ 

สนใ จเข้าไปดูได้ที่ลิ้งค์นี้  http://www.asa.or.th/?q=node/59 

 

อ้อ ขอบคุณสำหรับท่านๆที่มาคอนเ มนต์ในเอนทรี่เก่า เรื่อง Field Trip โรงเรียนรุ่งอรุณ นะจ้ะ

แ ล้วก็หวังว่าถ้า จขบ. หายขี้เกียจตัวเป็นขนเมื่อไหร่ คงจะอัพบล็อคไม่ปล่อยให้เน่าร้างงี้แน่นอน

ไ ปล่ะจ้ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า บะบุยๆ

 

 

 

edit @ 30 Apr 2009 22:29:30 by Chocolate Emotion

Field Trip: โรงเรียนรุ่งอรุณ

posted on 04 Nov 2008 19:57 by chocolate-emotion  in ArchCommunity

**โหลดโหด 30 รูปค่ะ

 

เมื่อวันศุกร์ไปโรงเรียนรุ่งอรุณมาค่ะ

เคยได้ยินมาว่า เป็นโรงเรียนที่การเรียนการสอนของเค้ามีความคิดที่ทันสมัย

สอนให้เด็กได้เรียนรู้ีที่จะช่วยเหลือตัวเอง และใช้ประสบการณ์ต่างๆเป็นสื่อการสอน

แทนที่จะมาจดจ่ออยู่ที่ตัวหนังสือ หรือนั่งท่องจำในห้องเรียนแคบๆ

 

 
ตอนเริ่มแรกเราจะไปคุยที่เรือนออฟฟิศก่อน แล้วค่อยเดินชมตัวโรงเรียน
 
 
ทางเดินอันแสนร่มรื่น
 
 
เรือนประดิษฐ์ ประมาณว่าไว้ทำงานไม้ประมาณนั้น
จะเห็นได้ว่า ห้องเรียนจะไม่มีกำแพงมากั้น
เพื่อให้เด็กได้รู้สึกอิสระ และใช้ความร่มรื่นจากข้างนอกใ้ห้ลมถ่ายเทมาข้างใน
ไม่มีการใช้แอร์ในอาคารเลยนะคะ
 
 
 
อันนี้เป็นเรือนศิลปะค่ะ กำแพงก็คือกระดานใบใหญ่ให้เด็กร่างจินตนาการ
เห็นแล้วรู้สึกถึงความน่ารักของเด็กๆเลยทีเดียว
เป็นกำแพงที่น่ารักมากกกกกก
 
 
ร้านหนังสือค่ะ
โรงเรียนจะดีไซน์เป็นกลุ่มอาคารค่ะ และสูงไม่เกินสองชั้น
เหตุผลคือ ไม่อยากให้อาคารสูงกว่าต้นไม้
และในหนึ่งชั้นก็มีห้องเรียนสามห้องเท่านั้น
 
 
ป้ายบอกทาง
 
 
ในแต่ละจุด จะมีสนามเด็กเล่นจัดไว้
ไม่ใช่สนามเล็กๆ ใหญ่มาก ให้เด็กได้เล่น ปีนป่าย
เค้าถือว่าเป็นการเรียนรู้ และให้เด็กออกกำลังกายด้วย
ปล. ไม่ได้มีแค่ที่เดียว จะมีสนามเด็กเล่นใหญ่ๆนี้ไว้หลายๆที่เลย
 
 
สนามเด็กเล่นที่สเกลไม่เด็ก
 
 
เรือนเด็กอนุบาล
 
 
ทางโรงเรียนมีคอนเสปต์ที่อยากให้เด็กได้เรียนรู้จากธรรมชาติ 
ดังนั้นพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียว
 
 
เห็นมั้ย อาคารเตี้ยกว่าต้นไม้
คอยให้ร่มเงากับเด็กๆและตัวอาคารเป็นอย่างดี
 
 
เรียนกันสบายๆ
แบบว่าถึงแม้จะเรียนกันในห้อง เด็กก็วิ่่งไปมาได้
 
 
มุมโต๊ะคุณครู จะมาไว้ตรงโถงข้างนอก
เพื่อมองเห็นนักเรียนจากห้องเรียนทั้งสามห้องได้หมด
 

 
สังเกตนามสกุล
 
 
ที่เก็บรองเท้า
 
 
แปลนโรงเรียน
 
 
นักเรียนเอาแก้วมากันเอง 
จะได้ฝึกล้างแก้วและความรับผิดชอบ
 
 
ในแต่ละชั้นจะมีโถงล้างจาน
เค้าจะไม่มีโรงอาหาร แต่ให้เด็กกินข้าวในห้องเรียน
แล้วล้างจานเอง 
ข้างหลังเป็นห้องน้ำ
 
 
อันนี้อยู่ในชั่วโมงเรียน ให้เด็กมาเรียนรู้ธรรมชาติ
แต่เวลาไปถาม เด็กจะบอกว่า ไม่ได้เรียนนี่ เล่นกันอยู่
 น้องเสื้อแดงลายยันต์นั่นเค้าเรียนกระบี่กระบอง
 ถ้าเรียนนาฏศิลป์ จะใส่ผ้าแดงโจงกระเบน
 
 
สระว่ายน้ำ
ตอนไปเค้าเรียนว่ายน้ำกันด้วย แต่ไม่ถ่าย ฮิโฮะ ดูหื่นไป
 
 
สนามเด็กเล่นอีกครั้ง
 
 
ซุ้มรีไซเคิล 
เป็นการช่วยกันกำจัดขยะ
 
 
เด็กคนนี้น่ารัก แอบถ่ายไว้ อร๊างงงงง
 
 
โรงยิมสำหรับเด็กพิเศษ
 
 
ห้องน้ำ สเกลเด็กเล็กกับเด็กใหญ่
 
 
อันนี้เป็นอาคารอาศรมศิลป์ค่ะ
 
 
อาคารอาศรมศิลป์
เป็นอาคารเรียนสำหรับนักศึกษาปริญญาโทเกี่ยวกับทางสถาปัตยกรรม
ศึกษาด้านแลนด์สเคป (ถ้าจำไม่ผิด)
 
 
 
คอนเสปต์อาคารคือ หมู่บ้าน
และทุกที่คือที่สำหรับเรียนรู้
ดังนั้นจึงมีชานที่นั่งพักตลอดทางให้มานั่งคุยกัน
 
 
 
มุมนี้เหมือนรีสอร์ทบนภูเขา
 
 
เวลาเลิกเรียน เด็กกับผู้ปกครองจะมานั่งคุยกัน
เพราะพื้นที่ของโรงเรียนค่อนข้างร่มรื่น ทำให้เกิดกิจกรรม
ผู้ปกครองกับเด็กก็ยังไม่อยากกลับบ้าน ไปเจอรถติด
ก็นั่งคุยนั่งเล่น
 
 
สวดมนต์หลังเลิกเรียน
พระพุทธรูปน่ารัก จะเป็นสเกลตามระดับเด็ก
ถ้าเด็กโต พระพุทธรูปก็จะโต
 

 
 บ่อน้ำกลางโรงเรียน
ให้เด็กได้พายเรือเล่นเวลาว่าง
 
 สรุปโรงเรียนนี้น่าเรียนโคตร แต่ค่าเรียนก็แพงหูฉี่ทีเดียว
ได้ข่าวว่าเทอมนึงเป็นแสน
แต่ก็แลกมาพร้อมสิ่งแวดล้อมทีดี
เพื่อนหลายคนก็จบมาจากที่นี่ ก็นิสัยดีกันซะส่วนใหญ่
ดูๆไป ไม่ค่อยมีเด็กฟุ้งเฟ้อเลย แบบทำตัวหรูนี่ไม่เห็น
 
เห็นแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กมาเรียนที่นี่ใหม่ทีเดียว
 
 

 ปล. รุ่งอรุณตั้งอยู่ที่พุทธบูชา มองเผินๆจะหาโรงเรียนไม่เจอ

       แต่จะเห็นเป็นวงเวียนกับป้ายโรงเรียนเล็กๆแทน 

 

ที่สำคัญ เค้าให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของเด็กสูงมากนะเจ้าค่ะ

เพราะอะไร ไปสังเกตนามสกุลข้างบน นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ฮุฮะ

 

edit @ 4 Nov 2008 21:19:38 by Chocolate Emotion